16 ก.ย. 2555

ของฝากจากดวงดาว

                                  บุกเบิกท้องฟ้ายามราตรี

คนเรามีความอยากรู้อยากเห็นจึงเริ่มคิดที่จะบุกเบิกและค้นคว้า สิ่งที่มีอยู่บนฟ้ากลางคืน คือดวงดาว นอกจากจะเป็นการใช้ดาววัดเวลา ทิศทาง ฤดูกาลแล้ว ยังนำมาซึ่งความรู้เรื่องพลังงานแสงและการก่อกำเนิดสสารต่างๆด้วย



แผนที่ดาวจากวิกิพีเดีย ซึ่งแสดงดวงดาวและวัตถุต่างๆบนท้องฟ้ากลางคืน ทำให้เราได้รู้ว่า ไม่ได้มีแค่โลกนี้ใบเดียว รายชื่อวัตถุท้องฟ้าของเมซีเย - วิกิพีเดีย



บางค่ำ บางเช้า เราเห็นดาว เห็นดวงจันทร์ มาชุมนุมกัน ดูเหมือนหน้่าคนกำลังยิ้ม ทำให้มีจินตนาการไปได้หลายอย่าง
บางคนก็ขอพรจากดวงดาว


ชาวไทยเองก็นำเรื่องของดวงดาวไปผูกเป็นนิยาย


เช้าและค่ำเราจะได้เห็นดาวแปลกๆ ดาวดวงเดิมที่สว่างไสว สว่างขึ้นและดับลง
ดังนั้น ชาวฝรั่งจึงได้ริเริ่มสร้างยานเพื่อไปสำรวจอวกาศ และสร้างสถานีอวกาส ไว้เพื่ออยู่อาสัย และสำรวจความเป็นไปของโลก  ด้วยการแข่งขันในสงครามเย็น ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตนเองแน่ เลยทุ่มเทในการพัฒนาด้านอวกาส และมีการสร้างเครื่องมือ ที่เรียกว่า ทันสมัยที่สุดในยุคนั้น

              ส่วนประกอบของสถานีอวกาศเมียร์ และจุดเชื่อมต่อยานอวกาศอื่น แม้ไร้อากาศและไกลโพ้น คนเราก็ไม่หยุดยั้ง

                                                       
                                                         เมียร์ ก่อนถูกทำลาย


                                                กระสวยอวกาศกับสถานีอวกาศเมียร์

ภาพจากฟิสิกส์ราชมงคล แสดงให้เห็นรูปร่างของสถานีอวกาศ ที่มีชื่อเสียงในอดีต คือ เมียร์ (MIR) ที่ชาวโซเวียตภูมิใจที่สุดและใช้เป็นสถานีอวกาศเพื่อทดลองและสร้างวิทยาการใหม่ ร้อยแปดพันเก้าประการ
และหลังจากเมียร์ ถูกทำลายลง เราก็ได้เห็นข่าว สถานีอวกาศนานาชาติ
งานอวกาศของมนุษย์ จะก้าวต่อไปไม่หยุดยั้ง ตราบใดที่มนุษย์ยังมีความคิด มีสติปัญญา และมีชีวิต
วิทยาศาสตร์ ดูแล้วไม่มีที่สิ้นสุด แต่พุทธศาสนาเหนือกว่านั้น มีที่สิ้นสุดกว่านิพพาน นั่นคือ สุญญตา


                            นิเวศน์วิทยาหนองน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนมากของกรุงเทพ



 เด็กไทยสนใจเป็นอย่างมากขณะที่ผู้หลักผู้ใหญ่บ้านเรา มัวแต่ดักดานอยู่กับการฝึกให้เด็กใช้แรงงาน


                                          พับกระดาษเป็นกำไลข้อมือรูปเต่า


ทดสอบความเป็นกรดเป็นด่างของสสารด้วยกะหล่ำปลีม่วง ซึ่งนำมาใช้กับดินได้


ตุีกตากระดาาที่พับง่าย แต่สอนเด็กให้มีทักาะในการใช้มือ


วิทยาศาสตรืไม่มีแบ่งแยกหญิงชาย ไม่แบ่งแยกสถานะ ไม่เหมือนพวกเฝ้าระวังวัฒนธรรม


พับแผ่นพับของท้องฟ้าจำลอง มีกลไกการพับที่ยากมาก ใช้ฝึกสมองและทำกายภาพบำบัดได้ สภาวะของสมองต่อปฏิกริยาต่างๆนี้เอง เรียกว่า *วุฒิภาวะ*


อุกาบาตที่ตกในเมืองไทย เม็ดเล็กๆ แต่หนักมาก คนไทยคิดว่าเป็น เพชรสุริยคราส


กล้องฉายดาวสมัย 2507 ที่ยังใช้การได้ดีและเป็นที่สนใจของเด็กๆ สำหรับเครื่องมืออันมหรรศจรรย์ชิ้นนี้ ต้องยกให้ ไซซ์ ของเยอรมันที่สร้างสรรค์


                           ต้นตะเคียน ที่ชาวท้องฟ้าจำลอง ไม่เคยกลัวเกรง


                                 
                        ใครอยากเรียนวิทยาศาสตร์ ยกมือขึ้นนนนน

ไม่มีความคิดเห็น: